โควิด-19 ยังเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ควรติดตามอย่างมีสติ แม้รูปแบบการเฝ้าระวังและการรายงานของแต่ละประเทศจะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม กรมควบคุมโรคมีหน้าข้อมูลแจ้งเตือนโรค COVID-19 และแนะนำให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น
ข้อมูลผู้ติดเชื้อที่รายงานในแต่ละช่วงอาจไม่สะท้อนจำนวนผู้ติดเชื้อจริงทั้งหมด เพราะหลายพื้นที่ลดการตรวจและการรายงานลง องค์การอนามัยโลกจึงแนะนำให้ตีความตัวเลขร่วมกับข้อจำกัดของข้อมูล ไม่ควรใช้ตัวเลขเพียงชุดเดียวตัดสินว่าความเสี่ยงหายไปแล้ว
อาการที่ควรสังเกต
อาการของโควิดอาจแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพของแต่ละคน อาการที่พบได้ ได้แก่ ไข้หรือหนาวสั่น ไอ เจ็บคอ คัดจมูกหรือน้ำมูกไหล เหนื่อยล้า ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และการรับกลิ่นหรือรสลดลง
อาการอย่างเดียวแยกโควิดออกจากไข้หวัดใหญ่ไม่ได้ หากมีอาการทางเดินหายใจหรือมีประวัติเสี่ยง ควรพิจารณาตรวจตามความเหมาะสม และขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงป่วยรุนแรง
ถ้าป่วยหรือผลตรวจเป็นบวก ควรทำอย่างไร
- พักอยู่บ้านและหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่นในช่วงที่มีอาการ
- แยกของใช้ส่วนตัว เปิดให้อากาศถ่ายเท และสวมหน้ากากที่กระชับเมื่อจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น
- กลับไปทำกิจกรรมตามปกติเมื่ออาการโดยรวมดีขึ้นและไม่มีไข้โดยไม่ใช้ยาลดไข้ต่อเนื่องอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- หลังกลับไปทำกิจกรรม ให้เพิ่มความระมัดระวังต่ออีก 5 วัน เช่น สวมหน้ากาก รักษาสุขอนามัย เว้นระยะห่าง และตรวจเมื่อจะอยู่ใกล้ผู้มีความเสี่ยงสูง
- ล้างมือบ่อย ๆ และปิดปากจมูกเวลาไอหรือจาม
ใครควรติดต่อแพทย์เร็ว
ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่เคยมีประวัติป่วยรุนแรง ควรติดต่อสถานพยาบาลเร็วเมื่อเริ่มมีอาการหรือผลตรวจเป็นบวก แพทย์อาจพิจารณาการตรวจและยาต้านไวรัสตามความเหมาะสม ยาบางชนิดได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มใช้ภายในไม่กี่วันแรก จึงไม่ควรรอให้อาการหนักและไม่ควรซื้อยากินเอง
สัญญาณฉุกเฉินที่ไม่ควรรอดูอาการ
หากมีหายใจลำบากหรือหอบมาก เจ็บหรือแน่นหน้าอกต่อเนื่อง สับสนผิดปกติ ปลุกไม่ตื่นหรือไม่สามารถตื่นตัวได้ หรือริมฝีปากและเล็บมีสีซีด เทา หรือเขียว ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที
สรุป
การรับมือโควิดในช่วงนี้ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก แต่ควรใช้ข้อมูลอย่างรอบคอบ: เช็กอาการ แยกตัวเมื่อป่วย ป้องกันคนรอบข้าง และรีบขอคำแนะนำเมื่ออยู่ในกลุ่มเสี่ยง การติดตามประกาศจากหน่วยงานสาธารณสุขจะช่วยให้ปรับการปฏิบัติตัวได้เหมาะกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำสั่งรักษา หากมีอาการรุนแรงหรือกังวลเกี่ยวกับอาการของตนเอง ควรติดต่อบุคลากรทางการแพทย์